SAT Math Simplifyเริ่มเรียนฟรี

บทความ › สูตร SAT Math ทั้งหมดที่ต้องรู้ก่อนสอบ

สูตร SAT Math ทั้งหมดที่ต้องรู้ก่อนสอบ

อัปเดต 2026-10-24

ใช้หน้านี้อย่างไร

ข้อสอบ Digital SAT Math มีแผ่นสูตร (reference sheet) ให้ดูในแอป Bluebook แต่มีแค่สูตรเรขาคณิตไม่กี่ตัว สูตรส่วนใหญ่ต้องจำเอง

หน้านี้แยกให้ชัด สูตรที่ข้อสอบให้มีป้าย "ข้อสอบให้" ที่เหลือคือสูตรที่ต้องจำ อ่านทั้งหน้าหนึ่งรอบคืนก่อนสอบ แล้วถ้าสูตรไหนยังไม่คุ้น ให้กดไปที่บทเรียนของสูตรนั้น

เราไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ College Board และแผ่นสูตรจริงในแอปอาจเปลี่ยนได้ ลองเปิดดูใน Bluebook ก่อนวันสอบด้วย

สูตรที่ข้อสอบให้ (Reference sheet)

พื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าA = ℓwℓ คือความยาว w คือความกว้างมีให้ในข้อสอบบทที่ 27 →
พื้นที่สามเหลี่ยมA = ½bhb คือฐาน h คือความสูงมีให้ในข้อสอบบทที่ 27 →
พื้นที่วงกลมA = πr²r คือรัศมีมีให้ในข้อสอบบทที่ 28 →
เส้นรอบวงC = 2πrr คือรัศมี d คือเส้นผ่านศูนย์กลาง หรือ C = πdมีให้ในข้อสอบบทที่ 28 →
ทฤษฎีบทพีทาโกรัสa² + b² = c²c คือด้านตรงข้ามมุมฉากมีให้ในข้อสอบบทที่ 25 →
สามเหลี่ยม 30°-60°-90°x : x√3 : 2xx ตรงข้าม 30° x√3 ตรงข้าม 60° 2x ตรงข้าม 90°มีให้ในข้อสอบบทที่ 25 →
สามเหลี่ยม 45°-45°-90°x : x : x√2ด้านประกอบมุมฉากยาว x ด้านตรงข้ามมุมฉากยาว x√2มีให้ในข้อสอบบทที่ 25 →
ปริมาตรทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากV = ℓwhมีให้ในข้อสอบบทที่ 27 →
ปริมาตรทรงกระบอกV = πr²hมีให้ในข้อสอบบทที่ 27 →
ปริมาตรทรงกลมV = (4/3)πr³มีให้ในข้อสอบบทที่ 27 →
ปริมาตรกรวยV = (1/3)πr²hมีให้ในข้อสอบบทที่ 27 →
ปริมาตรพีระมิดV = (1/3)ℓwhฐานเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีให้ในข้อสอบบทที่ 27 →
มุมรอบวงกลม360°มีให้ในข้อสอบบทที่ 28 →
เรเดียนรอบวงกลม2π เรเดียนเท่ากับ 360°มีให้ในข้อสอบบทที่ 28 →
มุมภายในสามเหลี่ยม180°มุมทั้งสามรวมกันได้ 180°มีให้ในข้อสอบบทที่ 23 →

เส้นตรงและสมการเชิงเส้น (linear equation)

ความชัน (slope)m = (y₂ − y₁) / (x₂ − x₁)y เปลี่ยนไปเท่าไรเมื่อ x เพิ่ม 1 หน่วยบทที่ 7 →
รูปความชัน-จุดตัดแกน y (slope-intercept form)y = mx + bm คือความชัน b คือจุดตัดแกน y (y-intercept)บทที่ 7 →
รูปจุด-ความชัน (point-slope)y − y₁ = m(x − x₁)ใช้เมื่อรู้ความชันกับ 1 จุดบทที่ 7 →
รูปมาตรฐาน (standard form)Ax + By = Cความชัน = −A/Bบทที่ 7 →
เส้นขนาน (parallel)m₁ = m₂ความชันเท่ากันบทที่ 7 →
เส้นตั้งฉาก (perpendicular)m₁ × m₂ = −1กลับเศษส่วนแล้วเปลี่ยนเครื่องหมายบทที่ 7 →
จุดกึ่งกลาง (midpoint)((x₁ + x₂)/2, (y₁ + y₂)/2)เฉลี่ยค่า x และเฉลี่ยค่า yบทที่ 7 →
ระยะทางระหว่างสองจุด (distance)d = √((x₂ − x₁)² + (y₂ − y₁)²)หรือวาดสามเหลี่ยมมุมฉากแล้วใช้ทฤษฎีบทพีทาโกรัสบทที่ 25 →

ระบบสมการ (system of equations) และอสมการ (inequality)

ความชันต่างกัน1 คำตอบ (solution)เส้นตัดกันจุดเดียวบทที่ 9 →
ความชันเท่ากัน จุดตัดแกน y ต่างกันไม่มีคำตอบ (no solution)เส้นขนานกัน ไม่เคยตัดกันบทที่ 9 →
ความชันเท่ากัน จุดตัดแกน y เท่ากันมีคำตอบมากมายไม่จำกัด (infinitely many solutions)เป็นเส้นเดียวกันบทที่ 9 →
คูณหรือหารด้วยจำนวนลบกลับทิศเครื่องหมายอสมการ เช่น −2x < 6 ได้ x > −3< เปลี่ยนเป็น > และ ≤ เปลี่ยนเป็น ≥บทที่ 10 →

เลขชี้กำลัง (exponent) และราก

คูณฐานเดียวกันxᵃ × xᵇ = xᵃ⁺ᵇบวกเลขชี้กำลังบทที่ 15 →
หารฐานเดียวกันxᵃ / xᵇ = xᵃ⁻ᵇลบเลขชี้กำลังบทที่ 15 →
ยกกำลังซ้อน(xᵃ)ᵇ = xᵃᵇคูณเลขชี้กำลังบทที่ 15 →
ยกกำลังของผลคูณ(xy)ᵃ = xᵃyᵃบทที่ 15 →
เลขชี้กำลังศูนย์x⁰ = 1ใช้ได้เมื่อ x ≠ 0บทที่ 15 →
เลขชี้กำลังติดลบx⁻ᵃ = 1 / xᵃx เป็น 0 ไม่ได้บทที่ 15 →
เลขชี้กำลังเป็นเศษส่วนx^(1/2) = √x, x^(m/n) = (ⁿ√x)ᵐตัวส่วน (denominator) บอกว่าเป็นรากที่เท่าไรบทที่ 15 →

สมการกำลังสอง (quadratic)

รูปมาตรฐาน (standard form)y = ax² + bx + cc คือจุดตัดแกน yบทที่ 18 →
รูปจุดยอด (vertex form)y = a(x − h)² + kจุดยอดคือ (h, k)บทที่ 18 →
รูปแยกตัวประกอบ (factored form)y = a(x − p)(x − q)p และ q คือจุดที่กราฟตัดแกน x (x-intercept)บทที่ 18 →
ค่า x ของจุดยอดx = −b / (2a)เส้นนี้แบ่งพาราโบลาเป็นสองส่วนเท่ากัน (แกนสมมาตร)บทที่ 18 →
สูตรกำลังสอง (quadratic formula)x = (−b ± √(b² − 4ac)) / (2a)ใช้แก้ ax² + bx + c = 0บทที่ 17 →
ดิสคริมิแนนต์ (discriminant)b² − 4acถ้ามากกว่า 0 ได้ 2 คำตอบจริง ถ้าเท่ากับ 0 ได้ 1 คำตอบ ถ้าน้อยกว่า 0 ไม่มีคำตอบจริงบทที่ 17 →
ผลบวกของรากทั้งสอง−b / aสำหรับ ax² + bx + c = 0บทที่ 17 →
ผลคูณของรากทั้งสองc / aสำหรับ ax² + bx + c = 0บทที่ 17 →

เปอร์เซ็นต์ อัตราส่วน และการเติบโต

เปอร์เซ็นต์ของจำนวนส่วน = (เปอร์เซ็นต์ / 100) × ทั้งหมดบทที่ 6 →
เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลง (percent change)(ใหม่ − เก่า) / เก่า × 100%หารด้วยค่าเก่าเสมอบทที่ 6 →
ตัวคูณ (multiplying factor)เพิ่ม r% คูณ (1 + r/100) · ลด r% คูณ (1 − r/100)เพิ่ม 20% คือคูณ 1.2บทที่ 6 →
เพิ่มและลดแบบเลขชี้กำลัง (exponential growth and decay)y = a(1 + r)ᵗ (ลด: y = a(1 − r)ᵗ)a คือค่าเริ่มต้น r คืออัตราเป็นทศนิยม (5% = 0.05) t คือจำนวนช่วงบทที่ 20 →
ดอกเบี้ยแบบง่าย (simple interest)I = PrtP คือเงินต้น r คืออัตราต่อปีเป็นทศนิยม t คือจำนวนปีบทที่ 20 →
ดอกเบี้ยทบต้น (compound interest)A = P(1 + r/n)ⁿᵗP คือเงินต้น r คืออัตราต่อปีเป็นทศนิยม t คือจำนวนปี n คือจำนวนครั้งที่ทบต้นต่อปีบทที่ 20 →

สถิติและความน่าจะเป็น

ค่าเฉลี่ย (mean)ผลรวม / จำนวนข้อมูลบทที่ 11 →
มัธยฐาน (median)ค่ากลางเมื่อเรียงข้อมูลถ้ามีสองค่ากลาง ให้หาค่าเฉลี่ยบทที่ 11 →
พิสัย (range)มากสุด − น้อยสุดบทที่ 11 →
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation)ไม่ต้องคำนวณเองยิ่งมาก ข้อมูลยิ่งกระจาย แค่เปรียบเทียบก็พอบทที่ 11 →
ความน่าจะเป็น (probability)P = จำนวนที่ต้องการ / จำนวนทั้งหมดค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1บทที่ 13 →
ความน่าจะเป็นแบบมีเงื่อนไข (conditional probability)P(A | B) = (เป็นทั้ง A และ B) / (เป็น B ทั้งหมด)ในตารางสองทาง (two-way table) ใช้ผลรวมของแถวหรือคอลัมน์นั้นบทที่ 13 →
จำนวนที่คาดว่าจะเกิดความน่าจะเป็น × จำนวนทั้งหมดบทที่ 13 →

สูตรวงกลมที่ต้องจำเอง

ความยาวส่วนโค้ง (arc length)(θ/360) × 2πrθ เป็นองศาบทที่ 28 →
พื้นที่เซกเตอร์ (sector area)(θ/360) × πr²บทที่ 28 →
สมการวงกลม(x − h)² + (y − k)² = r²จุดศูนย์กลาง (h, k) รัศมี rบทที่ 29 →
แปลงองศาเป็นเรเดียนเรเดียน = องศา × π/180บทที่ 28 →
แปลงเรเดียนเป็นองศาองศา = เรเดียน × 180/πบทที่ 28 →
มุมที่เส้นรอบวง (inscribed angle)= ½ × มุมที่จุดศูนย์กลาง (central angle)ทั้งคู่รองรับส่วนโค้งเดียวกันบทที่ 28 →

สามเหลี่ยมและตรีโกณมิติ

SOH CAH TOAsin θ = opp/hyp, cos θ = adj/hyp, tan θ = opp/adjopp = opposite, adj = adjacent, hyp = hypotenuseบทที่ 26 →
ไซน์กับโคไซน์ของมุมที่รวมกันได้ 90°sin x = cos(90° − x)มุมแหลมสองมุมในสามเหลี่ยมมุมฉากรวมกันได้ 90°บทที่ 26 →
สามเหลี่ยมคล้าย (similar triangles)อัตราส่วนด้าน = kด้านที่ตรงกันมีอัตราส่วนเท่ากันบทที่ 24 →
อัตราส่วนพื้นที่ของรูปคล้ายk²ยกกำลังสองของอัตราส่วนด้านบทที่ 24 →
ผลบวกมุมภายในของรูป n เหลี่ยม(n − 2) × 180°บทที่ 23 →

คืนก่อนสอบ