บทความ › เรียน SAT Math ด้วยตัวเอง เริ่มยังไง แผน 10 สัปดาห์
เรียน SAT Math ด้วยตัวเอง เริ่มยังไง แผน 10 สัปดาห์
อัปเดต 2026-10-24
SAT Math คืออะไร
SAT Math คือส่วนคณิตศาสตร์ของข้อสอบ Digital SAT ที่นักเรียนใช้ยื่นสมัครมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ข้อสอบทำบนคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต ผ่านแอป Bluebook
ส่วนคณิตศาสตร์มี 2 โมดูล (module) แต่ละโมดูลมี 22 ข้อ เวลา 35 นาที รวม 70 นาที โมดูลที่ 2 จะง่ายขึ้นหรือยากขึ้น ขึ้นอยู่กับว่าโมดูลแรกทำได้ดีแค่ไหน ข้อสอบแบบนี้เรียกว่า adaptive (ข้อสอบที่ปรับระดับตามที่เราทำ)
ตลอดทั้งส่วนใช้เครื่องคิดเลขได้ และมี Desmos เครื่องคิดเลขกราฟในตัวให้ใช้ คะแนนส่วนคณิตศาสตร์อยู่ระหว่าง 200 ถึง 800 โจทย์มาจาก 4 หมวด คือ Algebra, Advanced Math, Problem-Solving and Data Analysis และ Geometry and Trigonometry โดย Algebra กับ Advanced Math รวมกันประมาณ 2 ใน 3 ของข้อสอบ
ข่าวดีคือเนื้อหาส่วนใหญ่ไม่เกินระดับ ม.ต้นถึง ม.4 ส่วนที่ยากคือรูปแบบโจทย์กับการคุมเวลา ซึ่งฝึกได้ทั้งคู่
เรียนเองได้ไหม
ได้ ถ้ามีแผนและทำสม่ำเสมอ นักเรียนหลายคนเรียนเองได้ดี เพราะ SAT Math ไม่ได้ต้องใช้คณิตศาสตร์ขั้นสูง แต่ต้องคุ้นกับโจทย์แนวนี้ และทำซ้ำจนเร็วพอ
ต้องมีแค่ 3 อย่าง คือเวลาที่แน่นอนในแต่ละสัปดาห์ แบบฝึกหัดที่เรียงจากง่ายไปยาก และข้อสอบจำลอง (mock test) ที่จับเวลาจริง
แผนอ่าน 10 สัปดาห์
แผนนี้ใช้เวลาประมาณ 5 ถึง 6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้ามีเวลามากกว่านี้ ก็ย่นให้สั้นลงได้ ถ้าเวลาน้อยกว่านี้ ก็ขยายเป็น 12 สัปดาห์
- สัปดาห์ที่ 1: รู้จักข้อสอบ แล้วทำ mock test 1 ชุดแบบไม่ต้องเครียด เพื่อดูว่าตอนนี้อยู่ตรงไหน
- สัปดาห์ที่ 2: ปูพื้นฐาน ตัวเลข เศษส่วน (fraction) และสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว (linear equation)
- สัปดาห์ที่ 3: อัตราส่วน อัตรา การแปลงหน่วย และเปอร์เซ็นต์ โจทย์พวกนี้ออกบ่อยมาก
- สัปดาห์ที่ 4: เส้นตรง ความชัน (slope) และระบบสมการ (system of equations)
- สัปดาห์ที่ 5: ข้อมูลและสถิติ ความน่าจะเป็น และกราฟ
- สัปดาห์ที่ 6 ถึง 7: Advanced Math เลขชี้กำลัง (exponent) การแยกตัวประกอบ สมการกำลังสอง (quadratic) และฟังก์ชัน (function)
- สัปดาห์ที่ 8: เรขาคณิต สามเหลี่ยม วงกลม และตรีโกณมิติเบื้องต้น
- สัปดาห์ที่ 9: ฝึกใช้ Desmos และฝึกคุมเวลา ทบทวนข้อที่ผิดจากทุกสัปดาห์
- สัปดาห์ที่ 10: ทำ mock test เต็มชุด 2 ถึง 3 ครั้ง แล้วแก้จุดอ่อน
ในแต่ละสัปดาห์ ทำอะไรบ้าง
ใช้จังหวะเดิมทุกสัปดาห์จะง่ายที่สุด เริ่มจากอ่านบทเรียนสั้น ๆ ก่อน แล้วลองทำโจทย์เองโดยไม่ดูเฉลย จากนั้นค่อยเปิดเฉลย และจดข้อที่ผิดลงสมุด
อย่าข้ามขั้นตอนจดข้อที่ผิด เพราะตรงนี้แหละที่ช่วยให้เก่งขึ้นจริง ให้เขียนสั้น ๆ ว่าผิดเพราะอะไร เช่น คิดเลขพลาด ไม่เข้าใจโจทย์ หรือไม่รู้วิธี แล้วกลับมาทำข้อนั้นใหม่หลังผ่านไป 3 ถึง 4 วัน
ใช้ mock test อย่างไร
mock test คือข้อสอบจำลองที่ทำตามรูปแบบจริง ใช้ดูว่าตอนนี้ทำได้แค่ไหน และฝึกคุมเวลา ควรทำในที่เงียบ จับเวลาจริง และไม่หยุดพักกลางโมดูล
ทำ mock test ตอนต้นแผน 1 ครั้ง กลางแผน 1 ครั้ง และช่วงท้ายอีก 2 ถึง 3 ครั้ง หลังทำเสร็จให้ใช้เวลาอย่างน้อยเท่ากับตอนทำข้อสอบ เพื่อดูเฉลยทุกข้อ ทั้งข้อที่ถูกและข้อที่ผิด
คะแนนจาก mock test เป็นแค่ค่าประมาณ ไม่ใช่คะแนนสอบจริง ให้ดูแนวโน้มว่าดีขึ้นหรือไม่ อย่าไปเครียดกับตัวเลขของแต่ละครั้ง
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
นักเรียนที่เรียนเองมักพลาดแบบเดิม ๆ ลองเช็กดูว่าตัวเองเป็นข้อไหนบ้าง
- ดูเฉลยเร็วเกินไป ทำให้รู้สึกว่าเข้าใจ แต่พอเจอโจทย์ใหม่ก็ทำไม่ได้
- ทำแต่ข้อที่ถนัด แล้วข้ามหัวข้อที่ไม่ชอบ
- ไม่จดข้อที่ผิด จึงผิดซ้ำเรื่องเดิม
- ไม่ฝึกจับเวลา พอสอบจริงทำไม่ทัน
- ไม่ฝึกใช้ Desmos ทั้งที่หลายข้อทำเร็วขึ้นมากถ้าใช้กราฟเป็น
- อ่านโจทย์ไม่ครบ โดยเฉพาะโจทย์ที่เป็นเรื่องราวยาว ๆ
- อ่านหนัก 1 สัปดาห์แล้วหายไป 3 สัปดาห์ ทำน้อย ๆ แต่ทำบ่อยดีกว่า
อยากเริ่มวันนี้ ทำยังไง
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มตรงไหน ลองเริ่มจากบทเรียนที่ 0 ที่อธิบายว่าข้อสอบเป็นยังไงและต้องเตรียมตัวยังไง แล้วลองทำ Mock 1 ใช้เวลาไม่นาน และจะรู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหน
ที่ SAT Math Simplify บทเรียนที่ 0 ถึง 2 และ Mock 1 ใช้ได้ฟรี ไม่ต้องใส่บัตร บทเรียนทั้งหมดมี 32 บท เรียงจากง่ายไปยาก และมี mock test 15 ชุดตามรูปแบบ Digital SAT ถ้าลองแล้วชอบ ค่อยตัดสินใจทีหลังได้ ไม่ต้องรีบ
คำถามที่พบบ่อย
ต้องเก่งคณิตศาสตร์ก่อนไหม
ไม่ต้อง เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นคณิตศาสตร์ระดับมัธยม ถ้าเริ่มจากพื้นฐานและฝึกทุกสัปดาห์ ก็ตามทัน
ควรเริ่มอ่านก่อนสอบกี่เดือน
ประมาณ 2 ถึง 3 เดือนกำลังดี แผน 10 สัปดาห์ข้างบนก็อยู่ในช่วงนี้ ถ้าเริ่มก่อนนั้นได้ก็ยิ่งสบาย
ใช้เครื่องคิดเลขได้ไหม
ได้ตลอดทั้งส่วนคณิตศาสตร์ และมี Desmos ในแอปให้ใช้ด้วย ควรฝึกใช้ล่วงหน้า จะได้ไม่เสียเวลาตอนสอบ
ต้องทำ mock test กี่ชุด
อย่างน้อย 3 ถึง 5 ชุดก่อนสอบ แต่ที่สำคัญกว่าจำนวนคือการนั่งดูเฉลยทุกข้อหลังทำเสร็จ
อ่านตามแผนนี้แล้วจะได้คะแนนเท่าไร
บอกไม่ได้ คะแนนขึ้นกับพื้นฐานและเวลาที่ใช้ของแต่ละคน เราไม่รับประกันคะแนน แต่การมีแผนและฝึกสม่ำเสมอช่วยได้จริง